บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) , สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ดีไซน์ คะตะลิสต์ บาย เอสซีจี เคมิคอลส์ และ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่ทั้งนิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปได้แสดงศักยภาพในเวทีประลองไอเดียการออกแบบสไตล์ ECOในการประกวด"สยามเซ็นเตอร์ แอนด์ สยามดิสคัฟเวอรี่ 100 ดีไซน์ 2013" (Siam Center & Siam Discovery 100 Designs 2013) ภายใต้แนวคิด "รีดีไฟน์ ลีฟวิ่ง"(ReDefine Living)สร้างสรรค์งานดีไซน์เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนและสังคม ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท โดยจัดให้มีการประกาศผลรางวัลผู้ชนะเลิศไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้ ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่

น.ส.ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการสายกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามเซ็นเตอร์ แอนด์ สยามดิสคัฟเวอรี่ 100 ดีไซน์ เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกถึงไอเดียสร้างสรรค์เพื่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยการประกวดปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "รีดีไฟน์ ลีฟวิ่ง" เปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา บุคคลทั่วไป ไม่จำกัดเพศ อายุ และสาขาในการออกแบบได้โชว์ไอเดียกันแบบสุดฝีมือ โดยแบ่งเป็นประเภทเดี่ยวและประเภทกลุ่ม (ไม่เกิน 2 คน) ได้สร้างสรรค์งานดีไซน์เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราและสังคมโดยมองจากปัญหาที่เกิดขึ้นและต่อยอดทางความคิดในการหาหนทางแก้ไข ผ่านชิ้นงานการออกแบบที่ใช้ได้จริงซึ่งผลิตจากวัสดุรีไซเคิล โดยปีนี้มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมประกวดถึง 300 ทีมและคณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกจนเหลือเพียง 10 ทีมสุดท้าย เพื่อเข้าอบรมการออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติกกับทีม ดีไซน์ คะตะลิสต์ บาย เอสซีจี เคมิคอลส์ที่ จ.ระยองก่อนที่ทั้งหมดจะกลับมาผลิตชิ้นงานจริงเพื่อประชันกันในรอบสุดท้าย

ทั้งนี้ผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 10 ทีมได้ถูกนำมาจัดแสดงไว้ในบริเวณงานเพื่อให้คณะกรรมการได้ตัดสินและให้คะแนนแบบใกล้ชิด ผลปรากฎว่ารางวัลชนะเลิศตกเป็นของ นายรักษิต ปัญญาเลิศลักขณา เซรามิคดีไซเนอร์ วัย 26 ปี กับชิ้นงาน "Blooming in the Rain" รับเงินรางวัล 30,000 บาท , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วรเวทย์ อรรถประจง วัย 22 ปี นักศึกษาปี 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.บูรพา กับชิ้นงาน "Save & Save" รับเงินรางวัล 20,000 บาท ,รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ น.ส.สายสุดา เกษมธนศักดิ์ วัย 21 ปี นักศึกษาปี 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.บูรพา กับชิ้นงาน "Shift" รับเงินรางวัล 10,000 บาท สำหรับรางวัลป๊อปปูลาร์โหวตซึ่งวัดผลจากภาพชิ้นงานที่ได้รับการกดไลค์มากที่สุดในเฟสบุ้คและอินสตาแกรมของสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ โดยจะประกาศผลรางวัลป๊อปปูลาร์โหวตผ่านช่องทางทั้งสองภายหลังเสร็จสิ้นงาน ซึ่งทุกรางวัลจะได้รับของรางวัลจาก acerนอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษ เบสท์ ออฟ พลาสติก ดีไซน์ บาย เอสซีจี เคมิคอลส์ การใช้พลาสติกสร้างสรรค์ในการออกแบบ ตกเป็นของนายสุภณัฐ เมฆขยาย และนายภาคภูมิ ประสงค์สันติสุข วัย 20 ปี นักศึกษาปี 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กับชิ้นงาน "โถ ปัก ปล่อย" ได้รับโอกาสเข้าร่วมชมเทศกาลออกแบบ Business of Design Week ณ ประเทศฮ่องกงรวมถึงผลงาน "พลาสติก พัฒนา พอเพียง" ของ นายพีระนนท์ สีมา และน.ส.ชัชชญา กรวยทองกุล นักศึกษาจากคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับเลือกจาก สสส. ให้เป็นชิ้นงานโดดเด่นในด้านการนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต และสังคมได้จริง ซึ่ง สสส.จะมอบเงินทุนเพื่อนำไปพัฒนาผลงานออกสู่สาธารณะต่อไป

นายรักษิต ปัญญาเลิศลักขณา เจ้าของรางวัลชนะเลิศ กล่าวว่า จุดเริ่มของแนวคิดนี้คือมนุษย์ซึ่งใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "น้ำ" ซึ่งมีต้นทุนในการบำบัดสูง จึงอยากคิดชิ้นงานที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนรวมถึงได้ช่วยอนุรักษ์ทรัพยกรน้ำไปด้วยในตัว ทำให้นึกย้อนไปถึงภูมิปัญญาชาวบ้านสมัยก่อนที่มีการเก็บน้ำฝนไว้ใช้ แต่ภายหลังไม่นิยมแล้วเนื่องจากเหตุผลเรื่องความสะอาด จึงอยากนำภูมิปัญญาชาวบ้านเหล่านี้ย้อนกลับมาใช้ใหม่ผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นจึงเกิดเป็น Blooming in the Rainดีไซน์ภายนอกเป็นเสมือนดอกทิวลิปที่รอเวลาแย้มบาน ภายในแบ่งเป็นจุดเก็บน้ำ 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นที่รองรับน้ำฝน ผ่านเข้าสู่ตัวกลั่นกรองเพื่อให้น้ำสะอาดก่อนที่จะระเหยไปสู่จุดเก็บน้ำชั้นที่ 2 ซึ่งจะเป็นน้ำบริสุทธิ์ที่สามารถนำไปใช้บริโภคได้ ซึ่งดีไซน์นี้สามารถนำไปวางไว้ในชุมชน สวนสาธารณะ หรือตามป้ายรถเมล์เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนได้

นายสุภณัฐ เมฆขยาย และนายภาคภูมิ ประสงค์สันติสุข เจ้าของรางวัล เบสท์ ออฟ พลาสติก ดีไซน์ บาย เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า แนวคิดในการทำโถ ปัก ปล่อย มาจากการที่เวลาไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ๆ หรือไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ปัญหาที่พบอยู่เสมอคือห้องน้ำมีไม่พอกับความต้องการ จึงได้คิดผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ขึ้น เป็นโถปัสสาวะชายที่เคลื่อนย้ายได้ทำจากพลาสติกพีวีซี เพียงนำไปปักในดิน ซึ่งอาจจัดเป็นโซน ของเสียนั้นจะไหลลงสู่พื้นดิน เป็นไปตามกระบวนการธรรมชาติโดยไม่ใช้น้ำหรือใช้น้ำน้อยที่สุด ภายในโถสามารถใส่ลูกเหม็นไว้เพื่อดับกลิ่นได้ เหมาะกับสถานที่อย่างริมทะเล ,ภูเขา หรืองานคอนเสิร์ตที่มีระยะเวลาสั้นๆ




นอกเหนือไปจากผลงานการสร้างสรรค์ของผู้เข้าประกวด "สยามเซ็นเตอร์ แอนด์ สยามดิสคัฟเวอรี่ 100 ดีไซน์ 2013" แล้ว สยามดิสคัฟเวอรี่ยังได้ร่วมกับ น.ส.ศรุตา เกียรติภาคภูมิ นักออกแบบผลิตภัณฑ์จากเศษเหล็กออกแบบต้นคริสต์มาสทำจากเศษเหล็ก เพื่อต่อยอดทางความคิดในการสรรค์สร้างชิ้นงานจากวัสดุเหลือใช้ ตั้งอยู่บริเวณดิสคัฟเวอรี่พลาซ่า เพื่อเป็นการร่วมฉลองในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ชื่อว่า Revive(รีไวฟ์) สร้างสรรค์ขึ้นจากแนวคิดของการบิดเป็นรูปเกลียวสว่านที่พุ่งสูงขึ้นไปของต้นคริสต์มาส บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรือง การพบเจอแต่สิ่งดีๆสิ่งใหม่ๆ เป็นการเริ่มต้นเสมือนพลุที่พุ่งขึ้นสูงและกระจายแสงสว่างไสว โดยต้นคริสต์มาสสูง 8 เมตร นี้ทำจากเศษเหล็กเหลือใช้จากการปั๊มชิ้นงานอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ขนาดกว้าง 12เซ็นติเมตร ยาว 1.20เมตร จำนวนนับพันชิ้นนำมาพับขึ้นรูปประกอบบิดเกลียว แล้วเชื่อมต่อกัน ด้านบนประดับด้วยดาว เป็นการสื่อถึงคนที่กำลังสิ้นหวัง เมื่อมองมาและรับรู้ถึงที่มาของต้นคริสต์มาสนี้ซึ่งทำจากเศษวัสดุไร้ค่า แต่ถูกนำมาชุบชีวิตขึ้นใหม่กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมาย น่าจะเป็นแรงผลักดันและเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังสิ้นหวังท้อแท้ฉุกคิดและมีพลังคิดบวกในการลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับตัวเองและสังคมต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาส Revive เพื่อจุดประกายให้เกิดพลังและแรงบันดาลใจให้กับตนเองได้ถึงวันที่ 15 มกราคม 2557 ณ ดิสคัฟเวอรี่พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่

กลับสู่ด้านบน