ยังคงดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมเรื่อยมาโดยตลอด ล่าสุด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ร่วมมือกับธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) , กรุงเทพมหานคร , แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) , บริษัท ซี.จี.เอส. (ประเทศไทย) จำกัดและนิตยสารแคร้งค์ (CRANK)จัดงาน "สยาม ไบค์ ทู เซฟ เดอะ เวิลด์" (Siam Bike to Save the World) รวมพลนักปั่นจักรยานใจกลางเมืองแสดงพลังรณรงค์ลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ที่รักและชื่นชอบจักรยานได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงการสนับสนุนให้ชาวกรุงเทพฯ หันมาใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน โดยมี ชนิสา แก้วเรือน รองกก.ผจก.สายกิจกรรมการตลาด และธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ที่มีใจรักในการปั่นมาร่วมพูดคุย ให้คำแนะนำ และร่วมแบ่งปันประสบการณ์ทั้ง ณิกษ์ อนุมานราชธน,ธีรกิตติ์ จารุจินดา และพิมพ์พยัพ ศรีกาญจนาพร้อมชมไฮไลต์สุดพิเศษโชว์เพ้นท์เฟรมจักรยานครั้งแรกของ MAMAFAKA (มามาฟาก้า)หรือ ตั้ม-พฤษ์พล มุกดาสนิท กราฟฟิกดีไซเนอร์แนวสตรีทอาร์ตชื่อดัง นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงจักรยานหายาก, โชว์จักรยานผาดโผนจากนักปั่นระดับตัวแทนของประเทศ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายเมื่อเร็วๆนี้ ณ ดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า และบริเวณแกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่

บรรยากาศภายในงานนั้นเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อเหล่าบรรดานักปั่นทั้งหลายต่างนำจักรยานคู่กายของตนมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ซึ่งทางสยามดิสคัฟเวอรี่ได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับจอดจักรยานแบบเฉพาะกิจไว้ให้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยถึง 200 คัน โดยไฮไลต์ของงานนั้นอยู่ที่การโชว์ live painting เพ้นท์เฟรมจักรยานให้ดูกันแบบสดๆจากกราฟฟิกดีไซเนอร์และศิลปินแนวสตรีทอาร์ตแถวหน้าของเมืองไทย ตั้ม-พฤษ์พล มุกดาสนิท ด้วยเทคนิคการใช้ปากกาสีระบายออกมาเป็นลายซิกเนเจอร์ Hell Yeah! สีสันสดใส


บริเวณโซนจัดแสดงก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน โดยเป็นการโชว์จักรยานหายากของกลุ่ม Old School BMX นำเข้าจากทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่งเคยได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเมื่อกว่า 30 ปีก่อนและหาดูได้ยากมากในปัจจุบัน,จักรยานตกแต่งสุดเก๋ประเภทโลว์ไรเดอร์จาก Thailand Lowrider Bike Clubและจักรยาน Orbea จักยานสมรรถนะเยี่ยมเทียบเท่าซูเปอร์คาร์ของวงการรถยนต์ แบบเดียวกับที่ใช้ในการแข่งขัน Tour de Franceจำนวน 6 คันมูลค่ารวมถึงสองล้านบาท โดยคันที่มีมูลค่าสูงสุดในงานนั้นราคาสูงถึงเกือบห้าแสนบาท

นอกจากนี้ยังมีบูธตรวจสุขภาพเบื้องต้นจากโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิทอย่างการวัดความดันโลหิต วัดแรงบีบมือ และวัดการยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหลัง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขี่จักรยาน ซึ่งมีเหล่านักปั่นทยอยเข้ามารับบริการอย่างไม่ขาดสาย รวมถึง Market Street ตลาดนัดจักรยานจำหน่ายอะไหล่ และอุปกรณ์ตกแต่งมากมายให้เลือกช็อปกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีการโชว์จักรยานผาดโผน Extreme Bike จาก บอย-กรณ์ สังฆบุญ หรือที่รู้จักกันในนาม "บอย พระราม 8" สิงห์นักปั่นทีมชาติประเภทเอ็กซ์ตรีมผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 15 ปีและเป็นตัวแทนประเทศไทยในการเข้าร่วมแข่งขันในระดับนานาชาติมาหลายรายการ ที่สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้เป็นอย่างมาก ด้วยการโชว์แบบ Trial Bikeหรือจักรยานวิบากข้ามเครื่องกีดขวางสุดตื่นตาตื่นใจ

นางสาว ชนิสา แก้วเรือน กล่าวว่า ทางสยามพิวรรธน์ได้ริเริ่มโครงการ อีโค่ โปรเจ็คส์ (Eco Projects) รณรงค์รักษ์สิ่งแวดล้อมในศูนย์การค้าเป็นแห่งแรก โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สิงห์ อินทรชูโต เป็นที่ปรึกษาต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายปี ซึ่งล่าสุดได้จัดกิจกรรม "สยาม ไบค์ ทู เซฟ เดอะ เวิลด์" มุ่งเน้นไปที่การลดการใช้พลังงานสิ้นเปลืองด้วยการเชิญชวนให้ชาวกรุงเทพฯ ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันให้มากขึ้นพร้อมทั้งสอดแทรกความรู้ในเรื่องของ "3R: Reduce, Reuse, Recycle" หรือการลดปริมาณขยะ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการนำมาผลิตใหม่ โดยภายในงานนั้นประกอบไปด้วยโซนกิจกรรมต่างๆเพื่อชาวจักรยานโดยเฉพาะ "อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือกิจกรรม "ปั่น ไป ปลูก" เป็นการรวมกลุ่มจิตอาสาซึ่งประกอบไปด้วยนักปั่นกว่า 200 ชีวิตจากบริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด, โครงการแบ่งปัน 1 วันใน 1 ปี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), กลุ่ม บิ๊กทรีส์ โปรเจ็คท์ (Big Trees Project), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ที่รวมตัวกันปั่นจักรยานจาก ดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า ไปยังวัดพิชยญาติการาม เขตคลองสาน เพื่อรณรงค์ให้ชาวกรุงเทพฯ หันมาใช้จักรยานอย่างจริงจัง โดยตลอดเส้นทางได้มีกลุ่ม Coffee Bike กลุ่มนักปั่นมืออาชีพเป็นผู้นำและคอยเฝ้าระวังอุบัติเหตุให้แก่ขบวนจักยาน และเมื่อไปถึงที่หมาย จึงได้ร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้มอบให้แก่ทางวัดอีกด้วย" นางสาวชนิสากล่าว

ด้าน ธีรกิตติ์ จารุจินดา ชายหนุ่มที่รักการปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจซึ่งได้นำจักรยานคันโปรดมาจัดแสดงในงานนี้ เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ได้เข้ามาสู่วงการจักรยานว่าเริ่มมาจากการที่กลุ่มเพื่อนสนิทของตนเป็นเจ้าของร้านจักรยานและชื่นชอบการปั่นมานานแล้วจึงได้ชักชวนให้ตนเริ่มปั่นอย่างจริงจัง ซึ่งแม้ว่าจะผ่านมาเป็นเวลาเพียงแค่ปีกว่าแต่ก็สามารถเห็นผลดีที่เกิดขึ้นกับตนเองได้อย่างชัดเจนทีเดียว นั่นคือร่างกายฟิตกระชับขึ้นและสุขภาพดีขึ้นมาก

ขณะที่ ณิกษ์ อนุมานราชธน กล่าวว่า ชื่นชอบจักรยานมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่เพิ่งมีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการจักรยานมาแค่ประมาณปีเดียวเท่านั้น และโดยส่วนมากจะใช้จักรยานในชีวิตประจำวันเช่นปั่นไปทำงาน ซื้อของ หรือไปสังสรรค์ เพื่อเป็นการออกกำลังกายไปในตัว และในฐานะของคนเมืองที่ใช้จักรยานตามท้องถนน อยากฝากถึงบรรดานักปั่นในเรื่องของความปลอดภัยบนท้องถนนว่า ถึงแม้ถนนหลายสายในกรุงเทพฯจะเริ่มมีเลนจักรยานแล้ว แต่อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ จึงอยากให้ทุกคนอย่าประมาท คอยระมัดระวังตัวอยู่ตลอดด้วยการใส่เครื่องป้องกันตามร่างกายให้พร้อม รวมถึงการรักษากฎจราจรอย่างเคร่งครัดด้วย

ส่วน พิมพ์พยัพ ศรีกาญจนา เล่าว่า ใช้เวลาว่างขี่จักรยานกับครอบครัวมาตั้งแต่เด็กเนื่องจากทุกคนในครอบครัวชอบการปั่นอยู่แล้ว ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็จะนำจักรยานไปด้วยเพราะอากาศดีและได้ปั่นชมทิวทัศน์ที่ต่างจากกรุงเทพ และสำหรับการที่ชาวไทยเริ่มหันมาให้ความสนใจกับจักรยานนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะเป็นการช่วยลดปัญหาการจราจรและช่วยลดสภาวะโลกร้อน รวมทั้งเป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก

กลับสู่ด้านบน