บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์
สยามดิสคัฟเวอรี่ ฯลฯ และพันธมิตรใหญ่เจ้าของไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมือง สัญลักษณ์ใหม่ของประเทศไทย ตอกย้ำความเป็น 'ผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย'ในวงการผู้พัฒนาธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ ด้วยบทพิสูจน์ความสำเร็จ จากการเดินหน้าขยายธุรกิจค้าปลีก คว้ารางวัลระดับโลกจาก World Retail Awards ในสาขา Store Design of the Yearกับ สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม (Siam Discovery - The Exploratorium) ไฮบริดรีเทลสโตร์แห่งแรกของประเทศไทย พร้อมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการค้าปลีก ด้วยการเป็นองค์กรแห่งแรกและหนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลจากเวทีอันยิ่งใหญ่นี้

การคว้ารางวัล World Retail Awards ในสาขา Store Design of the Year มาครองในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่สามารถเอาชนะคู่แข่งซึ่งเป็นแบรนด์ดังระดับโลกเท่านั้น แต่สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม ยังเป็นศูนย์การค้าเดียวจากเอเชียที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศติดอันดับ 1 ใน 10 ในอีกหนึ่งสาขา คือ Best Customer Experience Initiative อีกด้วย

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า "หลังจากที่ได้ประกาศนโยบายและแผนการลงทุน 5ปี ไปเมื่อปี 2557 สยามพิวรรธน์มีจุดยืนที่มั่นคงและแข็งแกร่ง ในฐานะ "ผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย"โดยดำเนินธุรกิจที่เน้น "สร้างประสบการณ์แตกต่างที่ตรงใจ" กับธุรกิจทุกโครงการใน 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯมีการลงทุนในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่ๆที่ปฎิวัติวงการ ที่ได้ต่อยอดความสำเร็จให้แก่ ผู้ประกอบการ ร้านค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ที่ตื่นเต้นล้ำยุคอยู่เสมอ

ซึ่งจากการดำเนินธุรกิจตามแผนดังกล่าว สยามพิวรรธน์ได้ปรับโฉมสยามดิสคัฟเวอรี่ให้กลายเป็น ไลฟ์สไตล์สเปเชี่ยลตี้สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างเป็นปรากฏการณ์ใหม่บันทึกประวัติศาสตร์ ครั้งสำคัญของวงการค้าปลีก พร้อมกวาดรางวัลจากเวทีทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมาครอบครองมากมาย อาทิ Thailand Property Awards,Southeast Asia Property Awards และล่าสุดกับรางวัล World Retail Awards ในสาขา Store Design of the Yearถือเป็นการพลิกธุรกิจของโครงการขนาดกลางด้วยไอเดียที่แตกต่างล้ำสมัย ให้โดดเด่นจนประสบความสำเร็จอย่างสง่างามบนเวทีโลก นับเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญยิ่งของการก้าวเข้ามาทำธุรกิจค้าปลีกที่สร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของสยามพิวรรธน์ คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็น Millennials generation กลุ่มลูกค้าระดับ AB และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เราจึงต้องมีวิสัยทัศน์ที่จะต้องสร้างโครงการระดับโลก ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มาจากทั่วทุกมุมโลกได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการทำการศึกษาวิจัย ค้นคว้าหา trendจากทั่วโลก ทำความเข้าใจในความต้องการ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่อย่างรอบคอบ มีการวางแผนล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 2 ปี เพื่อนำเสนอคอนเซ็ปต์ และประสบการณ์ที่เป็นครั้งแรกให้เกิดขึ้นในประเทศไทยก่อนคนอื่น

การเดินหน้าสู่การปรับปรุงธุรกิจของสยามพิวรรธน์ ด้วยโครงการที่ถูกสร้างสรรค์ภายใน 3-5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ เรามุ่งเน้นความสำคัญในการออกแบบตกแต่งพื้นที่ให้มีความแตกต่าง โดยเลิกยึดติดกับกรอบเดิมๆในการออกแบบพื้นที่ศูนย์การค้า หรือการออกแบบ ร้านค้าทั่วๆไป สยามพิวรรธน์จึงเริ่มใช้หลักการในการ "สร้างพื้นที่" ที่เปิดโล่งเพื่ออำนวยต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ลูกค้าได้เห็นอยู่เสมอ เราเป็นคนแรกในวงการที่แนะนำการสร้าง Open space ขนาดใหญ่ ที่สามารถนำเสนอ Pop-up Store, EventMarketing และสินค้าที่เป็น Limited collection และ Collaborative collection ที่เราร่วมกันผลิตกับ Retailerนำเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ลูกค้าจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่หมุนเวียน เร้าใจ และในขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ปรารถนาที่จะได้สัมผัสกับงานศิลปะต่างๆ ไปพร้อมๆกับการทำกิจกรรมที่สนุกสนาน พร้อมๆกับการจับจ่ายใช้สอย เราจึงต้องทำงานร่วมกับที่ปรึกษาจากต่างประเทศที่มีชื่อเสียง Artist ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในการสร้าง Space ที่แปลกใหม่ อีกทั้งได้ร่วมกับสถาปนิก มัณฑนากร และ Artist ไทย เพื่อสร้าง Space ที่ผสมผสาน Art, Fashion, Technologyเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เป็นมากกว่าร้านค้า เพื่อลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ระดับโลก อย่างแท้จริง

สยามพิวรรธน์ต้องศึกษาใส่ใจในทุกรายละเอียด เพราะเราเชื่อว่า วัฎจักรค้าปลีกมี life cycle ที่สั้นลงมาก สินค้าบางประเภท บางยี่ห้ออาจได้รับความนิยมอย่างสูงเพียงระยะสั้น เพราะผู้บริโภคมองหาความแปลกใหม่ตลอดเวลา อีกทั้งการค้าปลีกทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบจากการจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทาง Online, E-Commerce ดังนั้น บริษัทจึงยึดมั่นใน 4 กลยุทธ์หลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจใน 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อความสำเร็จในระยะยาว คือ 1) การเป็นผู้นำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมอันล้ำสมัย ที่นำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ; 2) พิชิตใจลูกค้าด้วยการเข้าถึง เข้าใจและมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง (Customer Centric) ; 3) สร้างคุณค่าผ่านการบอกเล่าเรื่องราวที่มีความหมายให้แก่แบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง และ 4) การร่วมงานกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อความสำเร็จร่วมกันของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง นางชฎาทิพกล่าวเสริม

1) การเป็นผู้นำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมอันล้ำสมัย ที่นำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ(To innovate and stay ahead of others)

สยามพิวรรธน์มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมและการนำเสนอ ประสบการณ์แตกต่างที่ตรงใจ โดยเดินหน้านำเสนอคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในการพัฒนาโครงการและเป็นคอนเซ็ปต์ไลฟ์สไตล์ล้ำยุคที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย หรือเป็นครั้งแรกในโลก ในทุกโครงการ สยามดิสคัฟเวอรี่ -ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นไฮบริดรีเทลสโตร์แห่งแรกของประเทศไทย ผสมผสานทั้งด้านสินค้าบริการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนทุกเพศทุกวัยที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบคนรุ่นใหม่ (Millennial Generation) ที่รู้สึกสนุกสนานไปกับการทดลองสินค้าใหม่ ๆ และปรารถนาการค้นพบจุดยืนที่แตกต่างของตนเอง ทั้งยังปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเรายังเป็นที่แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่พัฒนาโมบายล์แอพสำหรับลูกค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวล้ำอย่างโซลูชั่น Connected Mobile Experiences (CMX) พร้อมด้วย Hyperlocation จากซิสโก้ มาสร้างสรรค์เป็น Siam Discovery Mobile Application เพื่อสื่อสารกับลูกค้าเสมือน "The Best Shopping Companion" ซึ่งลูกค้าจะได้รับ customized message รวมถึงข้อมูลและโปรโมชั่นเฉพาะตน โดย Mobile Application ยังสามารถแนะนำการเลือกสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสมกับความชอบของลูกค้าแต่คนอีกด้วย"

2) พิชิตใจลูกค้าด้วยการเข้าถึง เข้าใจและมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง (Being Customer Centric)

จากอิทธิพลของเทคโนโลยี่ ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปโดยเฉพาะเทคโนโลยีซึ่งก่อให้ Connectivity และ Accessibility ที่สะดวกรวดเร็ว เอื้อให้เกิดการแข่งขันสูง และทำนายพฤติกรรมผู้บริโภคในระยะยาวได้ยากขึ้น สยามพิวรรธน์
จึงต้องเตรียมพร้อมที่จะตอบรับความปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้นให้ได้ ความสำคัญ คือ เราต้อง เข้าใจกลุ่มผู้บริโภค และความต้องการที่มีความหลากหลาย ซึ่งเรามีหน่วยงานที่ทำการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค Trend เพื่อให้เราสามารถตอบรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม จึงเป็นศูนย์การค้าซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรองรับ Future trend ตอบรับกับความต้องการที่ไม่หยุดนิ่งของผู้บริโภค กลุ่ม Millennials โดยพัฒนาขึ้นจากความเข้าใจในความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เป็นที่สุดของจุดหมายปลายทางในรูปแบบไฮบริดรีเทลแห่งแรกของประเทศไทย ที่ผสมผสานทั้งด้านสินค้าบริการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ล้ำยุค กับความสนใจในเรื่องนวัตกรรมด้านต่างๆ ของคนรุ่นใหม่ที่ปรารถนาการค้นพบจุดยืนที่แตกต่างของตนเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการร่วมมีประสบการณ์ที่แปลกใหม่กับผู้อื่น เราสร้างพื้นที่ให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา นำเสนอเรื่องราวและสินค้าที่แปลกใหม่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทุกเดือน ซึ่งนับว่าเป็นงานที่หนักและท้าทาย เพราะไม่สามารถหยุดนิ่งได้ สยามพิวรรธน์จึงมีทีมงานที่มีความพร้อมและมีความเชี่ยวชาญ ที่ต้องคิดก่อน ทำก่อนคู่แข่ง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนาน ตรงใจลูกค้ากลุ่ม Millennial Generation มากที่สุด ทั้งนี้ ลูกค้าเป็นส่วนสำคัญ ที่จะให้ Input กับเราในการสร้างเรื่องราวต่างๆ ที่จะทำให้เขาสามารถชวนเพื่อนๆมาร่วมกิจกรรมที่ตนเองสนใจ และสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น สังคม และประเทศชาติได้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เราได้รวมไว้อยู่ในที่เดียวกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ผสมกลมกลืน เรากำลังสร้าง "ไลฟ์สไตล์ สเปเชี่ยลตี้สโตร์" แห่งแรก ที่ซึ่งทุกมิติของการนำเสนอได้ถูกเนรมิตขึ้นให้ "เข้าถึงใจ" ลูกค้าให้มากที่สุด

3) สร้างคุณค่าผ่านการบอกเล่าเรื่องราวที่มีความหมายให้แก่แบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง(The Creation of Shared Values)

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์ ได้มีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์ให้แก่ธุรกิจของสยามพิวรรธน์ และเสริมคุณค่าแบรนด์สินค้าของผู้ประกอบการ ผู้เช่า ด้วยการปฏิวัติวิธีการทำการตลาดใหม่ทั้งหมด โดยหัวใจของการบริหารแบรนด์ให้สำเร็จในปัจจุบัน คือการที่สามารถเปลี่ยน "คุณค่า"เป็น "มูลค่า"ให้ได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือจะต้องสร้าง "คุณค่า"ให้กับแบรนด์เป็นอันดับแรก

การที่จะสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ในปัจจุบัน คือการหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ผู้คนรู้สึกรักและผูกพันกับแบรนด์ ทำให้แบรนด์มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คนที่ปัจจุบันที่มีความต้องการหลากหลายและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราจึงเน้นการสื่อสารที่เชื่อมโยงกับลูกค้าในทุกช่องทางเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของความผูกพันกับแบรนด์ เน้นการสร้างประสบการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สยามพิวรรธน์มุ่งเน้นมาตลอด รวมไปถึงการปฏิวัติรูปแบบการทำการตลาดแบบเดิมๆ ดังจะเห็นได้จากการเปิดตัว สยามดิสคัฟเวอรี่ The Explorer แคมเปญ โดย เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์เหนือความคาดหมายได้ก่อนใคร จำนวน 500 คนแรก และทำให้ลูกค้าเหล่านั้นกลายเป็น Brand advocacy ที่กลับออกไป Post, Chat ,Share กับกลุ่มเพื่อนอีกเป็นร้อย และต่อยอดขยายออกไปในวงกว้างอีกนับเป็นแสนคน เราปรับวิธีการสื่อสารสู่กลุ่มเป้าหมายให้แตกต่างจากวิธีการเดิมๆที่ทุกค่ายทำกัน โดยเราไม่ได้บอกสรรพคุณว่าเราเป็นใคร ขายแบรนด์สินค้าอะไร แต่ สยามดิสคัฟเวอรี่ กลับเชิญชวนทุกคน 'มาเล่นสนุกด้วยกัน!' (Come play with us)ที่สนามทดลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ เพื่อให้ลูกค้ามาค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตนเองผ่านสินค้าและนวัตกรรมที่ชื่นชอบ สยามพิวรรธน์ก้าวข้ามการบริหารสินค้า ไปสู่การบริหารจัดการอารมณ์ และความรู้สึกของลูกค้าเพื่อให้สามารถสื่อสารกับลูกค้าเหมือนเพื่อนรู้ใจ และทำให้แบรนด์เป็นที่รัก เปลี่ยนลูกค้าเป็นเพื่อน เพราะตัวตนของเรานั้น จะเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ ดังนั้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน สยามดิสคัฟเวอรี่ จึงมาจากความสนใจของลูกค้าเป็นหลัก เรามีหน้าที่สร้างเรื่องราวต่างๆเหล่านั้นให้มีชีวิต การทำงานของเราจึงไม่หยุดนิ่งต้องครีเอทตลอดเวลา

4) การร่วมงานกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อความสำเร็จร่วมกันของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง (Building Partnerships)

สยามพิวรรธน์เชื่อว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนและการผนึกกำลังของพันธมิตรทางธุรกิจ จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ระยะยาวซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจที่ดี ถ้าเราปฏิบัติอย่างถูกวิธี ก็สามารถทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ เรา Empowering ลูกค้าให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม สยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วมมือกับลูกค้าที่เป็นผู้ Set theme และอีกกว่า 5,000 แบรนด์ เพื่อนำเสนอ Open space ที่ไม่ได้ Display สินค้าตามแบรนด์ แต่ถูกนำเสนอตามความสนใจของลูกค้า ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติวงการ และสำเร็จได้เพราะแบรนด์สินค้าทั้งหมด และผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือ เนื่องจากเค้ามีความเชื่อมั่นว่าคอนเซ็ปต์ที่เราสร้างขึ้นมาครั้งแรกจะประสบความสำเร็จ ในทุกห้างร้านและศูนย์การค้าจะเอาแบรนด์เป็นที่ตั้ง แต่เราเอาเรื่องราวที่ลูกค้าสนใจเป็นที่ตั้ง และแบรนด์ทุกคนมาอยู่เท่าเทียมกันหมด ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกในโลก ที่เรา Empowering retailersต่อยอด และในขณะเดียวกันเราก็ Empowering ความต้องการของลูกค้า เอามาสร้าง Story โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับแค่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ซึ่งทำให้ World Retail Awards ให้รางวัลเราในฐานะผู้สร้างปรากฎการณ์และปฎิวัติการนำเสนอประสบการณ์ที่ยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน สยามพิวรรธน์ ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ในการทำธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ จึงได้ริเริ่มร่วมมือกับ Hubba เป็นครั้งแรกเพื่อนำเสนอ DISCOVERY HUBBA ซึ่งเป็น
Co-working Space ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ที่เคยมี นำเสนอนวัตกรรมทางความคิด และการจัดการที่มากกว่าการมอบพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนไอเดียและความฝันในการเริ่มต้นธุรกิจ แต่ยังเสริมด้วยกิจกรรมพิเศษและการจัดเวิร์คช็อป สร้างสังคมใหม่ของการเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก เป็น Retails Start Up ให้แก่คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นบทบาทหนึ่งของสยามพิวรรธน์ในการผลักดันและขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่สู่โลกอนาคต

"รางวัลที่สยามพิวรรธน์ได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นรางวัลที่เราขอมอบให้เป็นความสำเร็จของผู้ประกอบการถึง 5,000 แบรนด์ที่อยู่ในสยามดิสคัฟเวอรี่ รวมทั้งบรรดาลูกค้า ที่เป็นคนให้ Input แนวความคิด ความต้องการ ที่ทำให้สยามดิสคัฟเวอรี่สามารถสร้างเรื่องราวที่แปลกใหม่ ให้เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และถือเป็นรางวัลเกียรติยศ สำหรับคนไทย และประเทศไทย ที่สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการธุรกิจค้าปลีกไทยขึ้นไปสู่การยกย่องระดับโลก เป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นผู้นำที่ล้ำสมัยของสยามพิวรรธน์ และพร้อมต่อยอดการสร้างมหาปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นที่โครงการไอคอนสยามในเร็วๆนี้" นางชฎาทิพกล่าวปิดท้าย

กลับสู่ด้านบน