- ตอกย้ำกลยุทธ์ “การสร้างคุณค่า สมประโยชน์ร่วมกันสู่ความยั่งยืน” ด้วยการสร้างระบบนิเวศค้าปลีกใหม่ที่จะสร้างประโยชน์ และความสำเร็จร่วมกันให้แก่ผู้ผลิตและผู้ซื้ออย่างยั่งยืน

- สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เปิดตัว 4 กิจกรรมนำร่องช่วยเหลือพนักงานและผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

กรุงเทพฯ (28 พฤษภาคม 2563)บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหาร OneSiam Global Destinations ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของโครงการไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ประกาศความมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในยามวิกฤต พร้อมสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคน ตามวิถีใหม่ของการใช้ชีวิตในแบบ New Normal Innovative Lifestyle เปิดตัวโครงการ “I Love Siam – Smile Together” ชวนทุกคนมาร่วมแรงร่วมใจที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนคนไทยด้วยกันเอง เพื่อคืน “ยิ้มสยาม” ให้กับประเทศของเรา ด้วย 4 กิจกรรมนำร่อง ได้แก่ ‘ตลาดนัดยิ้มสยาม’ ‘โครงการ Siam Smile Space’ ‘โครงการฟื้นใจไทย’ และ ‘ไทยช่วยไทย ยิ้มไปด้วยกัน’ ภายใต้กลยุทธ “การสร้างคุณค่า สมประโยชน์ร่วมกันสู่ความยั่งยืน” ที่มุ่งสร้างประโยชน์และความสำเร็จร่วมกันให้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

คุณชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกด้าน จนเกิดเป็นนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตที่เรียกว่า New Normal ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันสถานการณ์ดูจะผ่อนคลายลง แต่ผู้คนมากมายยังคงประสบปัญหา และไม่สามารถกลับมาค้าขายและใช้ชีวิตเช่นเดิมได้ จากข้อมูลของกรมการจัดหางานพบว่า ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมามีผู้มาขอขึ้นทะเบียนใช้สิทธิ์ว่างงานผ่านออนไลน์สูงถึง 267,351 คน เพิ่มขึ้นถึง 84.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ถูกเลิกจ้างจากผลกระทบของสถานการณ์ COVID19”

คุณชนิสา กล่าวต่อไปว่า สยามพิวรรธน์ ในฐานะ ‘ผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย’ ซึ่งเป็นผู้บริหารพื้นที่แห่งประสบการณ์และความสุข เป็นศูนย์รวมการใช้ชีวิตของผู้คน มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและสร้างประโยชน์ให้คนไทยสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง จึงได้จัดแคมเปญ “I Love Siam – Smile Together” ที่จะช่วยกระตุ้นให้การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ผ่านการนำโมเดลธุรกิจรีเทลใหม่ ที่เรียกว่า ‘ระบบนิเวศค้าปลีก’ เข้ามาสร้างสมดุลทางการค้าเชื่อมโยงให้เกิดความสำเร็จอย่างยั่งยืนระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ โดยโครงการ “I Love Siam – Smile Together” ขอเชิญชวนคนไทยให้มารวมพลังเพื่อช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ผ่านการจับจ่ายใช้สอยของที่คนไทยผลิต โดยสยามพิวรรธน์ จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางพื้นที่แห่งความสุขที่จะสร้างรอยยิ้มให้กับทุกฝ่ายและทุกคน ทั้งพนักงานและผู้ประกอบการรายย่อย ที่ขาดรายได้และยังต้องการความช่วยเหลือ และคนไทยทุกคนในฐานะลูกค้าที่จะได้มาสนุกกับการจับจ่ายใช้สอยอีกครั้ง โครงการนี้ประกอบไปด้วย 4 กิจกรรมใหญ่ ได้แก่

1. ตลาดนัดยิ้มสยาม

สยามพิวรรธน์เปิดพื้นที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ และทรูไอคอน ฮอลล์ จัดกิจกรรม ‘ตลาดนัดยิ้มสยาม’ ร่วมกับพันธมิตร ให้พนักงานและผู้ประกอบการจากทั่วประเทศที่รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ อาทิผู้ประกอบการส่งออกที่ไม่สามารถสินค้าออกต่างประเทศได้ และพนักงานที่ผันตัวมาขายของหลังถูกเลิกจ้าง เป็นต้น เข้ามาจำหน่ายสินค้า โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ พร้อมใช้ช่องทางการตลาดของบริษัทดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้อย่างเต็มที่ โดยกิจกรรมนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 28 มิถุนายน 2563 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ และวันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2563 ณ ทรูไอคอน ฮอลล์ ซึ่งผู้ประกอบการหรือผู้ที่กำลังเดือดร้อน และสนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 มิถุนายน 2563 นี้ โดยสามารถติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครได้ที่ Line Official Account @RoyalParagonHall และ @TrueIconHall (วันและเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับมาตรการผ่อนปรนของรัฐบาล)

คุณกฤษณา จรรยาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มบริหารงานขาย และการตลาด บริษัท สยามอัลไลแอนซ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด เผยว่า “ที่ผ่านมาสยามพิวรรธน์ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคนไทยที่มีความสามารถทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยจากต่างจังหวัด ดีไซเนอร์ นักออกแบบไทยที่มีความสามารถ เยาวชน ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ เด็กพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้มีโอกาสทำธุรกิจ และใช้สถานที่ของสยามพิวรรธน์เป็นเวทีของการนำเสนอสินค้าและบริการในหลากหลายประเภท เช่นเดียวกับกิจกรรมในครั้งนี้ ที่เราต้องการจะช่วยผู้ประกอบการไทยจากทั่วประเทศให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ และกลับมามีรอยยิ้มและความสุขอีกครั้ง โดยเราได้จับมือร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ และเอกชน ได้แก่ สถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และกรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเข้าไปประชาสัมพันธ์ และเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการไทยรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากทั่วประเทศ ให้ได้รับโอกาสในการเข้ามาขายของในพื้นที่ของเราอย่างทั่วถึง ซึ่งร้านค้าที่เข้ามาขายจะผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์และสินค้าที่นำมาขาย มีคุณภาพดี ราคาเป็นธรรม เพื่อส่งมอบความสุขให้กับลูกค้า สร้างความสุขใจที่ให้คนไทยได้ช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน

2. Siam Smile Space: พื้นที่ทำงานแห่งรอยยิ้มและความสุข

จากวิถีชีวิตที่ต้องปรับเปลี่ยนแปลงกะทันหันจากวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะการทำงานจากบ้าน (Work From Home) จนทำให้หลายคนเกิดอาการตึงเครียด แม้จะมีมาตรการผ่อนคลายของภาครัฐ แต่คนส่วนใหญ่ยังคงกังวลถึงความปลอดภัยในที่สาธารณะ ดังนั้น เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะได้อย่างมีความสุข สยามพิวรรธน์ จึงได้เปิดพื้นที่ทำงานแห่งรอยยิ้มและความสุขให้ทุกคนสามารถเข้ามาทำงานร่วมกันได้ในรูปแบบ co-working space บนพื้นที่ของศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์ ได้แก่ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ และโครงการไอคอนสยาม โดยยินดีให้ใช้บริการ ฟรีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย Wifi และอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้งานของผู้คน พื้นที่ทำงานSiam Smile Space ดังกล่าว จะมีมาตรการดูแลสุขอนามัยขั้นสูงสุดซึ่งแต่ละศูนย์การค้าได้ปฏิบัติเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว โดยจะเริ่มเปิดให้ใช้พื้นที่ได้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

3. โครงการฟื้นใจไทย

โครงการ ‘ฟื้นใจไทย’ กลับมาสุข ด้วยยิ้มสยาม เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น Gเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นำร่องจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ด้วยการเปิดพื้นที่ให้จำหน่ายสินค้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เปิดเมืองสุขสยาม ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2563 โดยแบ่งพื้นที่รองรับ 3 กลุ่มหลักได้แก่ กลุ่มบุคคลทั่วไปหรือนักธุรกิจที่ผันตัวเองมาสร้างมูลค่าจากกิจการครอบครัวในพื้นถิ่น กลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนอัตลักษณ์ไทยจาก 77 จังหวัด และกลุ่มเกษตรกรผลไม้คุณภาพจากสวนดัง และเกษตรกรไทยดีเด่นที่กำลังประสบภาวะผลไม้ล้นตลาด โดยแบ่งรอบการจำหน่ายรอบละ 7 - 10 วัน หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาจำหน่ายสินค้าอัตลักษณ์ไทยภายในเมืองสุขสยามโดยแบ่งพื้นที่ ดังนี้

- บริเวณธนบุรีดีไลท์ พื้นที่ต้อนรับชุมชนฝั่งธนบุรี พ่อค้าแม่ขายมือใหม่ พนักงานบริษัท นักธุรกิจที่ผันตัวเองมาสร้างมูลค่าจากกิจการพื้นถิ่นของครอบครัว ทั้งอาหารพื้นถิ่น ร้านอาหารต้นตำรับที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และหัตถศิลป์ไทยจากชุมชน เพื่อร่วมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนรอบจำหน่ายทุกสัปดาห์

- ลานเมือง 1พื้นที่ต้อนรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สินค้าโอทอป 20 อันดับแรกจากทั้ง 77 จังหวัด ทั้งอาหาร และหัตถศิลป์เอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นไทยที่ลูกค้าจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารแบบต้นตำรับ

- ลานเมือง 2พื้นที่ต้อนรับเกษตรกรผลไม้คุณภาพเพื่อช่วยแก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาด และผลไม้ที่ไม่สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ โดยให้เกษตรกรจากทั่วทุกภูมิภาคนำผลไม้เมืองร้อนของดีที่ส่งออกไปทั่วโลกมาจำหน่ายให้คนไทยได้ชิมผลไม้คุณภาพจากมือเกษตรกรโดยตรง ทั้งเกษตรกรแปลงใหญ่ เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่ม Young Smart Farmer เกษตรกรรุ่นใหม่ที่สืบทอดสวนผลไม้จากครอบครัวรุ่นสู่รุ่น และนำเทคโนโลยีเข้าไปผสมผสานพัฒนาทั้งด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์

โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2563 เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G

4.ไทยช่วยไทย ยิ้มไปด้วยกัน

สยามพิวรรธน์ ร่วมกับ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมจัดกิจกรรม ‘ไทยช่วยไทย ยิ้มไปด้วยกัน’ รวบรวมมหกรรมผลไม้ 5 ภาค และของใช้อุปโภคบริโภคซึ่งเป็นของดีประจำจังหวัด ส่งตรงจากชาวสวน และผู้ผลิตจากทั่วประเทศไทย มาจำหน่ายบนพื้นที่ของศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและชาวไร่ชาวสวนที่ประสบปัญหาในเรื่องการจำหน่ายผลผลิตในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ซึ่งกิจกรรมนี้จะเป็นการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกร เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อผลผลิตที่มีคุณภาพส่งตรงจากสวนของเกษตรกร เป็นการเติมเต็มรอยยิ้ม และความสุขให้กับเกษตรกรให้มีรายได้ไปจุนเจือครอบครัว และลูกค้าก็ได้รับผลิตภัณฑ์คุณภาพที่คัดสรรจากหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ โดยกิจกรรมนี้จะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2563 ณ ลานพาร์คพารากอน สยามพารากอน

“เราเชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้คือ การที่พวกเราคนไทยทุกคนร่วมแรงร่วมใจ สนับสนุนซึ่งกันและกัน พลังแห่งความสามัคคีจะช่วยทำให้เรากลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง โดยสยามพิวรรธน์จะขอยืดหยัดเคียงข้างคนไทย นำความสุข และรอยยิ้มให้กลับมาสู่คนไทยทั่งประเทศชาติ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง” คุณชนิสา กล่าวปิดท้าย

กลับสู่ด้านบน