ข่าว

องค์กร

05 มิถุนายน 2026 องค์กร

สยามพิวรรธน์เดินหน้า Net Zero 2050 (Scope 1&2) เร่งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน สร้างต้นแบบรีเทลแห่งอนาคต


กรุงเทพฯ – สยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และจุดหมายปลายทางระดับโลก เจ้าของแลนด์มาร์กสำคัญ ได้แก่ สยามพารากอน ไอคอนสยาม สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เดินหน้ากลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อร่วมขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามเป้าหมายของข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มุ่งควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1.5–2 องศาเซลเซียส

นรีรัตน์ สันธยาติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงาน Sustainability and Investor Relations บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “สยามพิวรรธน์เชื่อว่าการเติบโตทางธุรกิจต้องดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เราจึงมุ่งขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ผ่านการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงสร้างระบบนิเวศสีเขียวร่วมกับพันธมิตร ผู้เช่า ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย”

ปัจจุบัน สยามพิวรรธน์ได้ประกาศเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050 พร้อมเร่งดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 อย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้

1.การใช้พลังงานหมุนเวียนและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญเพื่อสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 คือการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยสยามพิวรรธน์เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกที่เริ่มดำเนินการด้านพลังงานหมุนเวียนมาตั้งแต่ปี 2020 ด้วยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ในโครงการสำคัญ เช่น ไอคอนสยาม และสยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ

ล่าสุด สยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ได้เพิ่มปริมาณการใช้พลังงานหมุนเวียนจากโครงการ Solar Rooftop Phase 2 โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) บริเวณหลังคาลานจอดรถ ขณะที่สยามพารากอนได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคาร ส่งผลให้ปัจจุบันสยามพิวรรธน์มีพื้นที่ผลิตพลังงานหมุนเวียนรวมถึงกว่า 62,000 ตารางเมตร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้กว่า 370,100 ต้นต่อปี

บริษัทยังได้ร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในการจัดซื้อไฟฟ้าสีเขียวผ่านโครงการ Utility Green Tariff 1 หรือ UGT 1 ส่งผลให้สยามพารากอนและไอคอนสยามเป็นกลุ่มศูนย์การค้าแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่า 30% ในพื้นที่ส่วนกลาง ครอบคลุมระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง และบริการสาธารณูปโภคภายในอาคาร

นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์ยังลงทุนอีกกว่า 50 ล้านบาทเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร ด้วยการปรับปรุงและอัปเกรดอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งติดตั้ง IAQ Sensor เพื่อควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมจริงแบบอัตโนมัติ ภายใต้แนวคิด Smart Energy Management ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 1.8 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี

2.การบริหารจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ในด้านการจัดการขยะ สยามพิวรรธน์ตั้งเป้าหมาย Zero Waste to Landfill ภายในปี 2040 ผ่านโครงการ “Siam Piwat 360° Waste Journey to Zero Waste” ที่ส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดตามแนวคิด Circular Economy โดยทำงานร่วมกับผู้เช่ากว่า 1,000 ราย และเครือข่ายพันธมิตรอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปี จนได้รับการยอมรับในฐานะต้นแบบการบริหารจัดการขยะที่หลายองค์กรเข้ามาศึกษาดูงานและนำไปประยุกต์ใช้

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ Recycle Collection Center (RCC) จุดรับวัสดุและบรรจุภัณฑ์สะอาดแบบ Drive-Thru รองรับการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลถึง 8 ประเภท เพื่อนำไปรีไซเคิลและอัปไซเคิล โดยตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการในปี 2021 จนถึงปัจจุบัน สามารถรวบรวมวัสดุจากสยามพารากอนและไอคอนสยามได้มากกว่า 42,500 กิโลกรัม ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมนำวัสดุรีไซเคิลกลับเข้าสู่วงจรการใช้งานอีกครั้ง

สำหรับขยะประเภทพลาสติกหลายชั้น (Multilayer Plastic) ที่ไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ จะถูกนำไปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) เพื่อใช้ประโยชน์ด้านพลังงานและลดภาระการฝังกลบขยะ

ที่สำคัญ สยามพิวรรธน์ยังสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคผ่าน NEXTOPIA พื้นที่ต้นแบบที่ผสานแนวคิดรักษ์โลกเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คน โดยต่อยอดวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์รีไซเคิลและอัปไซเคิลที่มีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งวางจำหน่ายภายใน ECOTOPIA เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเลือกบริโภคอย่างรับผิดชอบและเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

3.การสร้างระบบนิเวศสีเขียวอย่างครบวงจร

บริษัทยังให้ความสำคัญกับการจัดสรรพื้นที่สีเขียวในทุกโครงการ โดยมีพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 37,000 ตารางเมตร พร้อมสร้าง Green Community ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ช่วยดูดซับคาร์บอน ลดความร้อนในเขตเมือง และร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับเมือง

นอกจากนี้ ในด้านอุตสาหกรรมไมซ์และการจัดงาน สยามพิวรรธน์ยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับประเทศไทย โดยพารากอน ฮอลล์ และไอคอนสยาม ฮอลล์ เป็นสถานที่จัดงานแห่งแรกของประเทศที่ได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Venue) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับอุตสาหกรรมการจัดงานไทยสู่มาตรฐานสากล

สยามพิวรรธน์มุ่งขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 (Scope 1&2) ด้วยความมุ่งมั่นและการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยนำนวัตกรรม ความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน มาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตที่สมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืน

#SiamPiwat #SiamPiwatWay #WorldEnvironmentDay #NetZero2050 #Sustainability